วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ข้อผิดพลาดของนักลงทุนที่พบบ่อยๆ



1.เลือกหุ้นไม่เป็น ไปซื้อหุ้นปลายแถวและไม่ใช่ผู้นำในตลาด
2.ซื้อหุ้นในขาลงเพราะคิดว่าได้ของถูกทั้งที่กิจการนั้นอาจจะใกล้เจ๊งเต็มที 
3.ซื้อหุ้นถัวเฉลี่ยขาลง เพราะเหมือนกับการเอาเงินดีไปรวมกับเงินแย่ แทนที่จะกำไรกลายเป็นขาดทุนไปเรื่อยๆ 
4.ซื้อหุ้นโดยดูจากราคา เพราะคิดว่าได้จำนวนหุ้นมากกว่า เช่น หากเรามีเงินลงทุน100บาท ซื้อหุ้นราคา1บาทก็ได้ 100หุ้น แต่ถ้าซื้อหุ้นราคา10บาทจะได้แค่ 10 หุ้น ซึ่งบางครั้งหุ้นราคาต่ำกว่าอาจไม่ใช่หุ้นที่ดีในอุตสาหกรรมนั้นก็ได้ แถมยังมีการเคลื่อนไหวขึ้นลงของราคาเร็วกว่าด้วย 
5.ซื้อหุ้นโดยไม่มีความรู้ ไม่ลงทุนศึกษาพื้นฐานหรือเทคนิคอล 
6.เชื่อข่าวลือ หรือเชื่อข่าวท่านเค้าบอกมา 
7.เฟ้นหาเฉพาะหุ้น P/E ต่ำ ซึ่งบางทีหากเราคิดว่าราคาหุ้นมันยังไม่ไปไหนมันอาจจะต่ำเพราะกำไรต่ำเตี้ยนั่นเอง 
8.ซื้อหุ้นเฉพาะชื่อที่คุ้นเคย ซึ่งบางครั้งหุ้นชื่อแปลกๆอาจเป็นเพชรในตมก็ได้ 
9.นักลงทุนมากกว่า98%กลัวที่จะซื้อหุ้นที่ทำnew high เพราะเขารู้สึกว่ามันแพงเกินไปแล้ว ซึ่งข้อนี้เป็นเพียงความรู้สึกของนักลงทุนเท่านั้น 
10.เมื่อซื้อหุ้นผิดตัวแล้วเกิดการขาดทุน ก็จะดึงดันถือสถานะนั้นไปเรื่อยรอจนขาดทุนเยอะๆแล้วจึงตัดใจขายทิ้ง นั่นทำให้เจ๊งหนัก 
11.นักลงุนมักจะขายหุ้นที่มีกำไรออกมาก่อนตัวที่ขาดทุน เพราะพอหุ้นขึ้นทนรวยไม่ได้ แต่เมื่อหุ้นลงกลับเป็นศรีทนได้ 
12.นักลงทุนบางคนมัวแต่กังวลเรื่องคอมมิชชัน แท้ที่จริงเราควรกังวลถึงกำไรสุทธิมากกว่า 
13.นักลงทุนจะซื้อหุ้นโดยตั้งbidรอ ไม่กล้าโยนofferทำให้เราอาจเสียโอกาสทำกำไรหรือควบคุมจุดขาดทุนไม่ได้ 
14.ตัดสินใจไม่ได้และมีความลังเลว่าจะซื้อหรือขายดี เพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ By: William O'Neil จากหนังสือ "How to Make Money in Stocks

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

20 ข้อ ที่ควรให้ลูกรู้และปฏิบัติก่อนอายุ 45


20 ข้อ ที่ควรให้ลูกรู้และปฏิบัติก่อนอายุ 45

1. ไม่ต้องตั้งใจเรียนมากไปในสายวิชาที่ตนเลือก แต่ภาษาอังกฤษ จำเป็นมากๆ จงให้ใส่ใจ ส่วนวิชาอื่นๆ เอาแค่ดีพอหางานดีๆทำก็พอ เพราะโลกแห่งความเป็นจริง วัดกันที่ผลงาน ไม่ใช่ที่เกรด
ภาษาอังกฤษสร้างผลงานได้

2. การทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นสำคัญมากพอๆ กับการคร่ำเคร่งหน้าตำราเรียน

3. เลือกงานที่เราชอบนั้นใช่ แต่อย่าลืมด้วยว่า อาชีพนั้น..
สามารถเลี้ยงดูตัวเราได้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็อย่าหลอกตัวเอง

4. เมื่อถึงวัยทำงาน ใครเก็บเงินก่อน รวยเร็วกว่าและสิ่งสำคัญ
ที่ต้องจำไว้ คือ "ชีวิตที่ไม่มีหนี้ คือชีวิตที่ประเสริฐที่สุด"

5. หาเป้าหมายในชีวิตให้เจอโดยเร็วที่สุด เพราะมันจะเป็นเครื่องนำทางของคุณ ในชาตินี้ตลอดไป

6. ซื้อบ้านก่อน ที่จะซื้อรถ เพราะบ้านมีแต่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น รถมีแต่มูลค่าลดลง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า รถ=ลด

7. ดอกเบี้ยบ้านนั้นมหาโหดมาก รีบใช้ให้หมดโดยเร็วพลัน ก่อนที่จะแก่ แล้วผ่อนไม่ไหว

8. การเก็บเงินเป็นแค่บันไดขั้นแรก
สู่ความร่ำรวย แต่ขั้นต่อมา คือ ต้องรู้จักลงทุน. อย่าลืมคบกับที่ปรึกษาการเงินไว้เป็นเพื่อน

9. อย่าเป็นศัตรูกับใครก็ตามบนโลกใบนี้ เพราะคุณจะไม่มีทาง รู้ว่าวันหนึ่งเขาอาจจะยิ่งใหญ่มาก จนกลับมาทำร้ายคุณก็เป็นได้

10. คอนเน็คชั่นหรือสายสัมพันธ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็สู้การมีเพื่อนเยอะไม่ได้

11. ควรมีงานทำมากกว่า 1 งาน
เพราะความมั่นคง ไม่เคยมีบนโลกใบนี้

12. อย่าคิดว่าตัวเองทำอะไรได้แค่อย่างเดียว
เพราะความสามารถของคนเรา มีมากกว่า 1 เสมอ

13. เมื่อมีโอกาสใดก็ตามเข้ามา
จงอย่าปฏิเสธ ถึงจะล้มเหลว แต่มันก็คือ ประสบการณ์

14. สร้างเนื้อ สร้างตัว
ให้ได้เร็วที่สุด ในขณะที่คุณยังมีกำลัง ยังเป็นหนุ่ม-สาว เพราะการฝ่าฟันอุปสรรคในช่วงอายุมาก ไม่ใช่เรื่องสนุก

15. ออกเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่ยังหนุ่มสาว
เพราะเมื่อมีครอบครัว การเดินทางจะเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าเดิม

16. เลือกคู่ชีวิต จงคิดให้ดีๆ อย่าดูแต่ข้อดีของเขา แต่ต้องดูด้วยว่าเราสามารถรับข้อเสียของเขาได้มากแค่ไหน

17. การมีแฟน หรือสามีภรรยา ยังเลิกกันได้ แต่ความเป็นพ่อแม่ลูก นั้นเลิกกันไม่ได้ เพราะฉะนั้น ควรดูแลพวกเขาให้ดีๆ

18. ความสำเร็จที่มากมายแค่ไหน ก็ไม่สามารถ
ทดแทนความล้มเหลวของครอบครัวได้

19. ลองหาเวลาอยู่ว่างๆ ไม่ต้องทำอะไรเลยดูบ้าง อย่าแบก
โลกทั้งใบไว้คนเดียว และอีกอย่างงานก็ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต

20. สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญอันหนึ่ง โปรดถนอม
ตัวเองให้มาก เมื่อยังเป็นวัยรุ่น อย่าใช้ชีวิตให้หนักเกินไป

# หากคิดว่าโพสต์นี้มีประโยชน์ !!
กรุณาเเบ่งปันให้สักคนรับรู้

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

ค้นพบนิยามความสุข

หนังเรื่อง Hector and the search for happiness  หนังสร้างจากหนังสือขายดี เป็นเรื่องราวของ จิตแพทย์คนหนึ่ง มีอาชีพทำหน้าที่ให้ปรึกษาคนไข้ อยู่มาวันหนึ่งเขาเริ่มรู้สึกว่า สิ่งที่เขาตอบคนไข้ไปมันไม่จริง เหมือนโกหกไปวันๆ คำตอบเป็น pattern ไม่ได้มาจากของจริง เขาเลยตัดสินใจเดินทางรอบโลกเพื่อค้นหาว่า จริงๆแล้วนิยามความสุขคืออะไรกันแน่ ในระหว่างทางเขาก้อได้จดบันทึกนิยามความสุขที่เขาได้พบเจอไปดัวย หนังจบลงที่เขาได้ค้นพบนิยามความสุขจริงๆแต่ไม่ใช่เพื่อคนไข้เขา กลับเป็นตัวเขาเอง ผมดูจบด้วยความประทับใจและยังฟินอยู่ เลยไป search หาว่าบันทึกนิยามความสุขของ Hector มีไรบ้าง มีคนโพสและแปลไว้ในเน็ต เลยเอามาแบ่งปันคับ 
" บันทึกนิยามความสุข " จากนายเฮคเตอร์ นำมาฝากกัน

1. Making comparisons can spoil your happiness
ความสุขจะลดลงถ้ามีการนำไปเทียบ

2. Happiness often comes when least expected
ถ้าคาดหวังน้อย ความสุขจะมา

3. Many people only see happiness in their future
หลายๆคนมองแต่ความสุขในอนาคต

4. Many people think happiness comes from having more power or more money
และหลายๆคน ก็คิดว่าความสุขมาจากการมีอำนาจหรือเงิน

5. Sometimes happiness is not knowing the whole story
บางครั้งความสุขเกิดจากการที่ไม่รู้ในทุกเรื่อง

6. Happiness is a long walk in beautiful, unfamiliar mountains
ความสุขคือการเดินทางที่สวยงาม ข้ามภูเขาที่ไม่คุ้นเคย

7. It’s a mistake to think that happiness is the goal
มันไม่ใช่นะ ที่คิดว่าความสุขเป็นเป้าหมาย

8. Happiness is being with the people you love; unhappiness is being separated from the people you love
ความสุขเกิดจากการได้เคียงข้างคนที่คุณรัก และไม่สุขทันทีเมื่อโดนพลัดพราก

9. Happiness is knowing that your family lacks for nothing
ความสุขรู้ว่าครอบครัวคุณขาดอะไร 

10. Happiness is doing a job you love
ความสุขคือการได้ทำงานที่คุณรัก

11. Happiness is having a home and a garden of your own
ความสุขอยู่ในบ้านและสวนของคุณเอง

12. It’s harder to be happy in a country run by bad people
ยากที่จะมีความสุข ในประเทศที่ขับเคลื่อนโดยคนไม่ดี

13. Happiness is feeling useful to others
การได้ทำประโยชน์แก่ผู้อื่น นั่นแหละความสุข

14. Happiness is to be loved for exactly who you are (People are kinder to a child who smiles)
ความสุขจะอยู่กับคนที่เป็นตัวของตัวเอง (ที่เป็นคนใจดีที่สร้างรอยยิ้มแก่ผู้อื่น)

15. Happiness comes when you feel truly alive
ความสุขจะมาเมื่อคุณมีชีวิตชีวาจากใจ

16. Happiness is knowing how to celebrate
ความสุขคือการเฉลิมฉลองให้เป็นเมื่อควร

17. Happiness is caring about the happiness of those you love
ความสุขคือการได้ใส่ใจในความสุขของคนที่คุณรัก

18. Happiness is not attaching too much importance to what other people think
ความสุขไม่ได้ให้ความสำคัญนักกับสิ่งที่คนอื่นคิด

19. The sun and the sea make everybody happy
ดวงอาทิตย์และทะเล ทำให้ทุกคนมีความสุข

20. Happiness is a certain way of seeing things
ความสุขประกอบจากเส้นทางจากสิ่งที่เห็น

21. Rivalry poisons happiness
การแข่งขันคือยาพิษของความสุข

22. Women care more than men about making others happy
ผู้หญิงใส่ใจในการสร้างความสุขแก่ผู้อื่นมากกว่าผู้ชาย 

23. Happiness means making sure that those around you are happy
ความสุขหมายความถึงความแน่ใจว่าคนรอบตัวคุณมีความสุข

Ref. : http://whatishouldhavelearned.tumblr.com/…/305945350…/hector

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

ชนะหุ้นด้วย 7 กลยุทธ์

ชนะหุ้นด้วย 7 กลยุทธ์
กลยุทธ์การลงทุนของ “น.พ.ประมุข วงศ์ธนะเกียรติ”

ข้อ 1. หุ้นตัวนั้นต้องมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น หรือ ROE สูง 15-20 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ROE จะบ่งบอกความสามารถของผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น “ยิ่งสูง ยิ่งดี” แต่บางครั้งก็มีตัวหลอกเหมือนกัน หากบริษัทนั้นมีหนี้สินจำนวนมาก ฉะนั้นต้องดูดีๆ อย่ารีบเชื่อ

ข้อ 2. หุ้นตัวนั้นต้องมีอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ หรือ ROA สูงกว่า 10 เปอร์เซ็นต์

ข้อ 3. ต้องมี PEG ratio น้อยกว่า 1 เท่า คือ การเทียบค่า P/E ratio กับการเจริญเติบโตของกำไรสุทธิ (Growth) หาโดยนำค่า P/E ratio ตั้งหารด้วยเปอร์เซ็นต์การเจริญเติบโตนั้น บริษัทใดที่ราคาหุ้นต่ำจะน่าซื้อ ถ้าค่า PEG ratio เกิน 1 แสดงว่า ราคาหุ้นสูงเกินไป

ข้อ 4. ต้องมีอัตราเงินปันผลตอบแทน หรือ Dividend Yield อยู่ในระดับ 3.5-4 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ถามว่า ทำไมต้องเป็นตัวเลขนี้ เพราะเป็นตัวเลขที่มากกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ปกติจะอยู่ระดับ 3 เปอร์เซ็นต์

ข้อ 5. หุ้นตัวนั้นต้องมีกระแสเงินสดสูงๆ ยิ่งไม่ต้องจ่ายหนี้จะชอบมากเป็นพิเศษ

ข้อ 6. ผู้บริหารต้องไว้ใจได้ พูดแล้วทำได้จริง ซึ่งเราต้องไปคุยกับผู้บริหารบ่อยๆ ยิ่งเขาถือหุ้นประมาณ 20-25 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งชอบเพราะมันจะบ่งบอกว่า เขาจะทุ่มเทในการทำงานมากขนาดไหน

ข้อสุดท้าย จะดูปัจจัยทางกายภาพ ธุรกิจนี้มีความแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน โอกาสเติบโตของรายได้และกำไรเป็นอย่างไร สินค้าหรือธุรกิจหลักจะเติบโตไปตามชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ และลูกค้านิยมชมชอบสินค้ามากหรือน้อยแค่ไหน ที่สำคัญจะดูว่าคู่แข่งของเขามีใครบ้าง หากจะมีคู่แข่งเกิดขึ้นใหม่จะเข้ามาในธุรกิจนี้ได้ง่ายหรือยาก

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558

ที่สุดของการลงทุนปี 2557

ปี 2557 ผ่านไป ปี 2558 ผ่านเข้ามา มาดูกันว่า การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดปี 2557 เป็นอย่างไรบ้าง

① ดัชนีหุ้นไทย (ข้อมูลจาก Aspen for Windows)

เมื่อพิจารณาจากดัชนีผลตอบแทนรวมหรือ Total Return Index (TRI) ของหุ้นกลุ่มต่างๆ ซึ่งสะท้อนทั้งผลจากราคาหุ้น การจ่ายปันผล และการได้รับสิทธิต่างๆ เช่น หุ้นปันผล ใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrants) ไว้หมดแล้ว พบว่า

กลุ่มหุ้นเล็ก (ที่ไม่ค่อยจะเล็กแล้ว) หรือ mai … ร้อนแรงที่สุด บวกไป 98.95% หรือเกือบ 1 เท่าตัว โดยหลายท่านคงจะทราบว่าหุ้นที่เป็นผู้นำในตลาด mai คือ Energy Absolute (EA) ซึ่งมีสัดส่วนมูลค่าตลาดถึง 24% หรือเกือบ 1 ใน 4 ของทั้งตลาด mai … และเฉพาะหุ้น EA ตัวเดียว บวกไปถึง 226% ตลอดปี 2557

กลุ่มหุ้นโดยรวม หรือ SET TRI ถึงจะไม่ร้อนแรงเท่าหุ้นเล็ก แต่ก็บวกไปถึง 19.11%
กลุ่มหุ้นใหญ่ หรือ SET50 TRI บวกตามมาที่ 16.98%

ขณะที่ กลุ่มหุ้นปันผล หรือ SET 30 High Dividend TRI รั้งท้าย บวกขึ้นมาเพียง 9.31% เท่ากับว่า ปี 2557 ใครเน้นหุ้นปันผลตัวใหญ่ๆ จะได้ผลตอบแทนตามหลังหุ้นทั่วๆ ไป (SET TRI) อยู่ถึงครึ่งทาง

② หุ้นไทยรายตัว (ข้อมูลจาก setsmart.com และ Aspen for Windows)

3 อันดับแรกที่บวกร้อนแรงที่สุด คือ

• บริษัท แอสเซท ไบร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ ABC บวกขึ้นมาจาก 0.16 บาท เมื่อปลายปี 2556 มาอยู่ที่ 4.46 บาท เมื่อสิ้นปี 2557 หรือบวก 2,688% (เกือบ 27 เด้ง) โดยมีการตบจูบลากขึ้นทุบลงหลายรอบ

• บริษัท เอื้อวิทยา จำกัด (มหาชน) หรือ UWC บวกขึ้นมาจาก 2.26 บาท มาอยู่ที่ 37 บาท  หรือบวก 1,537% (15 เด้งเศษ) และที่เหลือเชื่อมากก็คือ 15 เด้งนี้ มาเกิดเอาในช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของปี

• บริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน) หรือ DIMET บวกขึ้นมาจาก 1.23 บาท มาอยู่ที่ 13.8 บาท หรือบวก 1,021% (10 เด้งเศษ)

3 อันดับแรกที่ร่วงเยินที่สุด คือ

• บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) หรือ SLC ร่วงจาก 0.62 บาท เมื่อปลายปี 2556 มาเหลือเพียง 0.08 บาท เมื่อสิ้นปี 2557 เท่ากับร่วงลงไป 87% (เหลือเพียง 1 ใน 8)

• บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AS ร่วงจาก 8.80 บาท เหลือเพียง 3.80 บาท  เท่ากับร่วงลงไป 57% (เหลือไม่ถึงครึ่ง)

• บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMARIN ร่วงจาก 19.18 บาท  เหลือเพียง 10.40 บาท เท่ากับร่วงลงไป 46% (เหลือเพียงครึ่งเดียว)

③ กองทุนรวมที่ซื้อได้ในประเทศไทยซึ่งรวมกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ  (ข้อมูลจาก morningstarthailand.com)

กองทุนหุ้น
เด่นสุด: กองทุนเปิดเอคควิตี้โปร หุ้นระยะยาว (บลจ.โซลาริส) บวก 38.27% ตามมาด้วย กองทุนเปิดทหารไทย China Equity Index (บลจ.ทหารไทย) บวก 37.00%

ดับสุด: กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิเมอร์จิ้ง อีสเทอร์น ยุโรป เอฟไอเอฟ (บลจ.แมนูไลฟ์) ลบ 31.83% ตามมาด้วย กองทุนเปิด เคแทม เวิลด์ เมทัล แอนด์ ไมน์นิ่ง ฟันด์ (บลจ.กรุงไทย) ลบ 23.34%

กองทุนตราสารหนี้
เด่นสุด: กองทุนเปิด โกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต – ปันผล (บลจ.ยูโอบี) บวก 10.40% ตามมาด้วย กองทุนเปิดเคแอสเซ็ท โกลบัล ฟิกซ์อินคัม 4 (บลจ.กสิกรไทย) บวก 10.00%

ดับสุด: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ (บลจ.ไทยพาณิชย์) ลบ 7.14% ตามมาด้วย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ระยะสั้นและเงินฝากสกุลเงินออสเตรเลีย (บลจ.ไทยพาณิชย์) ลบ 7.04%

กองทุนผสม
เด่นสุด: กองทุนเปิดไทยทวีทุน 2 (บลจ.กรุงไทย) บวก 47.63% ตามมาด้วย กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี-บีทีอินคัมโกรทฟันด์ (บลจ.เอ็มเอฟซี) บวก 23.27%

ดับสุด: เอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทน (บลจ.เอ็มเอฟซี) ลบ 35.14% ตามมาด้วย กองทุนเปิดเคแทม อินเวสเมนท์ เลเจนด์ ฟันด์ (บลจ.กรุงไทย) ลบ 9.04%

กองทุนตลาดเงิน
เด่นสุด: กองทุนเปิด เคเอ ชอร์ท เทอม ฟิกซ์ อินคัม (บลจ.กสิกรไทย) บวก 2.92%

ดับสุด: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารรัฐตลาดเงิน (บลจ.ไทยพาณิชย์) บวก 1.52% (บวกน้อยที่สุดในบรรดากองทุนตลาดเงิน)

กองทุนหุ้นระยะยาว (LTF)
เด่นสุด: กองทุนเปิดเอคควิตี้โปร หุ้นระยะยาว  (บลจ.โซลาริส) บวก 38.27% ตามมาด้วย กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเพิ่มค่าหุ้นระยะยาว (บลจ.เอ็มเอฟซี) บวก 26.83%

ดับสุด (บวกน้อยสุด): กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีอิสลามิกหุ้นระยะยาว (บลจ.เอ็มเอฟซี) บวก 3.17% ตามมาด้วย กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวอิควิตี้ 70 ปันผล (บลจ.กรุงศรี) บวก 5.57%

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

"Secret of old age" ๓๐ ข้อ สำหรับผู้เข้าสู่วัยชรา


๑)อย่ากลัวความแก่
๒)อย่าเสียใจที่แก่
๓)รีบหาความสุขเมื่อยังมีความสามารถ
๔)อย่ารอหาความสุขก่อนจะเสียดายภายหลัง
๕)รีบไปเที่ยวตามสถานที่ๆ อยากไป
๖)หาเวลาเจอเพื่อนเก่า
๗)สังสรรค์กับเขาเพราะเวลาเหลือน้อย
๘)เงินที่เก็บไว้ในธนาคาร ตายแล้วเอาไปไม่ได้
๙)ใช้เงินหาความสุขเมื่อยังมีชีวิต
๑๐)อยากกินอะไรที่ชอบก็กิน
๑๑)หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
๑๒)กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
๑๓)การเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมดา
๑๔)อย่าวิตกกลัวกับความเจ็บป่วย
๑๕)ทุกคนต้องผ่านการเกิดแก่เจ็บตายเป็นธรรมดา
๑๖)ถ้าวิตกเรื่องแก่เจ็บตายแล้วมีความสุขก็ให้วิตกไปเถิด
๑๗)รีบจัดการปัญหาเสียก่อนตาย
๑๘)ปล่อยให้หมอดูแลสุขภาพ พระเจ้าดูแลชีวิต และตนเองดูแลอารมณ์
๑๙)อย่ากังวลกับลูกหลาน พวกเขาช่วยตัวเองได้
๒๐)สนใจดูแลสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้น
๒๑)สนใจดูแลคู่ชีวิตที่ชราด้วยกันให้มากขึ้น
๒๒)เก็บเงินเกษียณไว้กับตัวเอง
๒๓)พบเพื่อนเก่าให้บ่อยมากขึ้น เพราะเวลาเหลือน้อยลง
๒๔)ยิ้มให้ตนเองและคนอื่นทุกวัน
๒๕)ทำชีวิตให้มีความสุข
๒๖)ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องให้ดังๆ ไปเลย 
๒๗)ความหวังสิ้นสุด ถ้าหยุดความเชื่อ
๒๘)ความรักจะสิ้นสุด ถ้าหยุดใส่ใจ
๒๙)ชีวิตจะสิ้นสุข ถ้าหยุดยิ้ม
๓๐)มิตรภาพจะสิ้นสุด ถ้าหยุดแบ่งปัน...
ขอให้โชคดี มีอายุยั่งยืน,,長命富貴,心情快乐

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ความสุขเกิดขึ้นเมื่อใด


ความสุขเกิดขึ้นเมื่อใด
ความสุข เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง 
ความสุข ไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางที่ไปถึง 

คุณบอกกับตัวเองว่า เมื่อได้แต่งงาน และมีลูก ชีวิตของคุณก็จะดีขึ้น 
แต่เมื่อคุณมีลูก และลูกของคุณยังเล็กอยู่ คุณก็เกิดความรู้สึกว่า เมื่อเขาโตขึ้น เราคงมีความสุขและสบายขึ้น 

แต่เมื่อลูกโตมากขึ้น จนย่างเข้าสู่วัยรุ่น 
คุณกลับรู้สึกไม่ได้ดั่งใจอีกครั้ง 
และเมื่อลูก ๆ ผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นไปได้ 
คุณคิดว่า คุณจะมีความสุขมากขึ้น 
แต่คุณกลับบอกกับตัวเองอีกว่า จะรอให้ลูก ๆ 
จัดการกับตัวของเค้าเอง ให้เรียบร้อยดีเสียก่อน ก็น่าจะดีขึ้น

บางครั้ง คุณคิดว่า ถ้าคุณมีบ้าน มีรถ มีวันหยุดพักร้อนนาน ๆ และเมื่อถึงวันเกษียณอายุการทำงาน ชีวิตของคุณ น่าจะมีความสุขมากที่สุด 
แต่เมื่อเกษียนแล้วก็จริง แต่ทำไมถึงยังไม่มีความสุขสักที 

ความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหนกัน ? หนอ
แท้จริงแล้ว ความสุขของชีวิต อยู่ ณ ช่วงเวลาขณะนี้ ช่วงเวลาปัจจุบันนี้ต่างหาก ไม่ต้องรอ ให้ความสุขมาหาเราในอนาคต 
เราควรมีความสุข และพึงพอใจกับความสุขอยู่ในปัจจุบัน 

ชีวิต ของมนุษย์ทุกคน ต้องมีสิ่งท้าทายเข้ามาอยู่ตลอดเวลา ทั้งอุปสรรคต่าง ๆ หรือบททดสอบชีวิต อันยากเข็ญ แต่ในที่สุด เราก็จะต้องก้าวผ่านไป อุปสรรคกับชีวิต เป็นของคู่กัน 
ดังนั้น เป็นหน้าที่ของเรา ที่ต้องหาความสุข และความพึงพอใจ จากการเดินทางบนถนนแห่งชีวิตนี้ ซึ่งจะทำให้ชีวิตมีความสุขมากกว่า ที่จะรอให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อน แล้วถึงจะมีความสุขได้ 

เริ่มหยุดพูดกับตัวเองเสียทีว่า 
ถ้าฉันลดน้ำหนักได้สัก 5 กิโล ฉันถึงจะมีความสุข 
ถ้าฉันได้แต่งงาน ฉันถึงจะมีความสุข 
ถ้าผมได้ซื้อบ้าน ผมถึงจะมีความสุข 
ถ้าผมได้เกิดเป็นลูกคนรวย ผมถึงจะมีความสุข 
ถ้าคุณหยุดพูดถึงสิ่งเหล่านี้ได้ ชีวิตของคุณก็จะมีความสุข 
และคุณจะรู้สึกพึงพอใจกับชีวิต

ตอบคำถาม ต่อไปนี้ 
1. บอกชื่อคน 3 คน ที่รวยที่สุดในโลก
2. บอกชื่อนางงามจักรวาล 3 คนล่าสุด
3. บอกชื่อ ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล 3 คนล่าสุด 
4. บอกชื่อนักแสดงนำชาย 3 คนล่าสุด ที่ได้รับรางวัลออสการ์ 

นึกไม่ออกใช่ไหม? ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย 
ไม่มีใครหรอก ที่จะจดจำคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด 
คนที่ได้รับการยกย่อง สรรเสริญ ก็ล้วนล้มหายตายจาก ไปตามกาลเวลา 
รางวัลต่าง ๆ เมื่อวางไว้นาน ก็จะถูกฝุ่นจับ แม้แต่ผู้ชนะ ก็จะถูกลืมในไม่ช้า 

ตอบคำถาม ต่อไปนี้ 
1. บอกชื่ออาจารย์ 3 ท่าน ที่เคยช่วยเหลือคุณ ในเรื่องการเรียน 
2. บอกชื่อเพื่อน 3 คนที่ช่วยเหลือคุณ ในยามที่คุณต้องการ 
3. นึกถึงคน 3 คนที่ทำให้คุณรู้สึกว่า คุณได้เป็นคนพิเศษของเขาเหล่านั้น 
4. บอกชื่อคน 3 คนที่คุณอยากใช้เวลาดี ๆ ด้วย 

นึกออกง่ายกว่าใช่ไหม? นั่นเป็นเพราะว่า
คนที่มีความหมายต่อชีวิตคุณ ไม่ได้เป็นคนที่ต้องเป็นคนเก่ง ที่สุด หรือ สวย หล่อที่สุด 
ไม่ได้มีเงินมากที่สุด ไม่ต้องได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะยังมีคนใกล้ตัวคุณ อีกหลายคน ที่ห่วงใยคุณ คอยให้การดูแลคุณ 
และเวลาที่มีอะไรเกิดขึ้น ก็จะคอยอยู่เคียงข้างคุณ คอยปลอบโยนคุณ คอยให้กำลังใจคุณ

... ไม่มีช่วงเวลาไหน ที่จะมีความสุข 
มากกว่าช่วงเวลา ณ ปัจจุบันนี้.. 
..จงใช้ชีวิตให้มีความสุขกับช่วงเวลาปัจจุบัน.. 

สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเอง ที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพ มีอย่างนี้

 ๑. อย่าเปรียบเทียบ ชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้น เขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง   

 ๒. อย่าคิดทางลบ เกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุม หรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลัง และพลังงานใ ห้กับความคิด ทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย   

 ๓. อย่าทำอะไร ๆ เกินกว่าที่ตัวเองจะทำได้ ...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน   

 ๔. อย่าเอาจริงเอาจัง กับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขา ไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก   

 ๕. อย่าเสียเวลา และ พลังงานอันมีค่าของคุณ กับเรื่องหยุมหยิม หรือเรื่องซุบซิบ...นินทา... นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง   

 ๖. จงฝันตอนตื่น มากกว่าตอนหลับ  

๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยา เป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าๆปลี้ๆ...เมื่อคิดให้ดีก็จะรู้ว่า คุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว   

๘. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณ เกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ   
๙. ชีวิตนี้ สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร ๆ ..จงอย่าเกลียดคนอื่น   
๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายความสุขในปัจจุบันของคุณ   

๑๑. ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้ นอกจากคุณเอง   

๑๒. จงเข้าใจเสียว่า ชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อ เรียนรู้ และ ปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของหลักสูตรซึ่งเมื่อมาแล้วก็หายไป...เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต...แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต   

๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น   

๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้ง ที่ถกเถียงกับคนอื่น หรอก... บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร
   
แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้าง เราล่ะ ?

          ๑. อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ   
          ๒. จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน   
          ๓. จงให้อภัยทุกคน สำหรับทุกอย่าง   
          ๔. จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6ขวบ   
          ๕. พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน   
          ๖. คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณ ไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย 
          ๗. งานของคุณ ไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัว และ เพื่อนคุณ ต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณ ในยามคุณมีปัญหา สุขภาพ 
ดังนั้น, อย่าได้ห่างเหิน กับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด และ ถ้าหากสามารถดำรงชีวิต ให้มีความหมายได้ , ก็ควรจะทำ ดังต่อไปนี้ 
          ๑. จงทำ และทำในสิ่งที่ควรทำให้มีความสุข   
          ๒. อะไรที่ ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่งาม, ไม่น่ารื่นรมย์, จงทิ้ง ไปเสีย...เก็บไว้ทำไม?  
          ๓. เวลา ย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้   
          ๔. ไม่ว่าสถานการณ์จะดี หรือเลวปานใด,เดี๋ยวมันก็จะเปลี่ยน 
          ๕. ไม่ว่าคุณจะรู้สึก อย่างไร ในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุกจากเตียง, แต่งตัว และปรากฎตัวต่อหน้า คนที่เราร่วมงาน ด้วย...ความรู้สึกที่ดี 
get up, dress up and show up.  
          ๖. คิดเสมอว่าสิ่งที่ดี ที่สุดยังมาไม่ถึง รอต่อไป
          ๗. ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย ที่ทำให้คุณ อยู่มาได้ถึงในวันรุ่งขึ้น   
          ๘. เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุข เสมอ...ดังนั้นส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า